น้ำท่วมภาคใต้: สัญญาณเตือนความเปราะบางของซัพพลายเชนและโจทย์การปรับตัวสู่ความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.จรรยา ชาญชัยชูจิต ผู้อำนวยการศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน คณะการจัดการสิ่งแวดล้อมให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ ประชาชาติธุรกิจ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของภูมิภาค ทั้งในมิติของการขนส่ง การกระจายสินค้า และความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดร.จรรยา ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำสะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของโครงสร้างโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ที่ยังขาดการบูรณาการเชิงพื้นที่ รวมถึงการจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้ความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติเพิ่มสูงขึ้นทั้งนี้ การดำเนินการประเมินความเสี่ยงของซัพพลายเชน (Supply Chain Risk Assessment) ควบคู่กับการออกแบบซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่น (Resilient Supply Chain) ถือเป็นกลไกสำคัญในการลดผลกระทบจาก Climate-related Disruption ในอนาคตไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการฟื้นตัวและรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานในระยะยาว นอกจากนี้ ดร.จรรยา ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งในรูปแบบ Multimodal Transport และการสร้าง Network Redundancy เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางหรือโหมดการขนส่งเพียงรูปแบบเดียว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและระบบโลจิสติกส์ในภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะเชิงมาตรการที่สำคัญ ประกอบด้วย

  • การพัฒนาระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เพื่อเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายสินค้า
  • การกระจายคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าในรูปแบบ Decentralized Hub and Warehouse เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงข่ายหรือพื้นที่เพียงจุดเดียว
  • การวางแผนซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่น (Resilient Supply Chain) ควบคู่กับการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Planning)

ในส่วนของการสนับสนุนเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติ ศูนย์การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างยั่งยืน (LogSys) คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและสนับสนุนองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงและภัยพิบัติ อาทิ

  • การประเมินความเสี่ยงและความเปราะบางของซัพพลายเชน
  • การออกแบบและพัฒนาซัพพลายเชนที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน
  • การจัดทำกลยุทธ์โลจิสติกส์เพื่อรองรับภัยพิบัติและ Climate Risk
  • การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

บทเรียนจากน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับวิกฤตเฉพาะหน้า แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการวางแผนซัพพลายเชนของประเทศให้มีความยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

== 𝐖𝐞 𝐚𝐢𝐦 𝐭𝐨 𝐭𝐮𝐫𝐧𝐢𝐧𝐠 𝐫𝐞𝐬𝐞𝐚𝐫𝐜𝐡 𝐢𝐧𝐭𝐨 𝐫𝐞𝐚𝐥-𝐰𝐨𝐫𝐥𝐝 𝐬𝐨𝐥𝐮𝐭𝐢𝐨𝐧𝐬 ==